การหาเงินแบบใหม่ในยุค COVID-19

ยุค COVID-19 เป็นยุคที่คนทั้งโลก ต้องคิดหาวิธีหาเงินแบบใหม่ เพราะตั้งแต่เกิด COVID-19 เศรษฐกิจจากที่แย่อยู่ในระดับหนึ่งแล้ว ทำให้ช่วงนี้อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ดีทั่วโลก เพราะมีหลายประเทศต้องล็อกดาวน์ประเทศ ทำให้ส่งผลถึงการท่องเที่ยวระหว่างประเทศเป็นอย่างมาก และการค้าขายระหว่างประเทศก็ย่ำแย่ลงไปด้วย ตั้งแต่ตลาดขนาดใหญ่ลงมาจนถึงตลาดรายย่อย ไม่มีส่วนใดเลยที่จะไม่ได้รับผลกระทบทางด้านการเงินจาก COVID-19 การหาเงินที่เร็วและไม่เสี่ยงโรคในตอนนี้ที่สามารถทำได้ทุกเพศทุกวัยนั่นก็คือ “ขายของออนไลน์” การหาเงินแบบใหม่ในยุค COVID-19 ที่คนไทยส่วนใหญ่ใช้เป็นการทำมาหากินเป็นอาชีพเสริมที่ได้เงินเยอะมากตั้งแต่ก่อนเกิด COVID-19 จนในช่วงนี้คนหันมาขายออนไลน์เพิ่มมากขึ้นในช่วง COVID-19 ปี 2020

ขายของออนไลน์ถือว่าเป็นงานเสริมในช่วง COVID-19 ได้ดี แต่การขายของออนไลน์ที่อยากจะขายให้ได้ทุกวันนั้นต้องทำอย่างไร หรือ จะต้องขายอะไร ที่นี่มีแนวทางแนะนำความคิดให้ทำความเข้าใจสำหรับคนที่ไม่เคยขายของออนไลน์หรือไม่รู้ตัวเองว่าจะขายอะไรดี แน่นอนว่าไม่มีแผนการตลาดที่สมบูรณ์ที่สุด มีแต่ความคิดสร้างสรรค์ที่นำมาใช้ในการตลาดได้สมบูรณ์ อยากขายของให้ปังต้องมีสิ่งนี้

ค้นหากลุ่มเป้าหมาย

ก่อนที่จะขายสินค้าต้องเลือกกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเป้าหมายของคุณเป็น ผู้หญิงหรือผู้ชาย อายุเท่าไหร่ กลุ่มเด็ก กลุ่มวัยรุ่น กลุ่มคนทำงาน หรือกลุ่มวัยชรา การเลือกกลุ่มเป้าหมายเป็นสิ่งสำคัญของการกำหนดสินค้าของเรา เมื่อเลือกกลุ่มเป้าหมายแล้ว ต้องศึกษาต่อว่า พวกเขาทำอะไรบ้าง พวกเขาสนใจและใส่ใจอะไรบ้าง พวกเขามีความคิดความเห็น ความเชื่ออะไรบ้างนั่นเอง

ความจำเป็นของลูกค้า

หมายความว่า กลุ่มเป้าหมายที่คุณได้เลือกมานั้น มีความจำเป็นอะไรบ้างในชีวิตประจำวัน มีความต้องการใช้สินค้าประเภทใดบ้าง เช่น ต้องการขายสินค้าให้กับทุกเพศทุกวัย ในยุคนี้ทุกคนชอบออกกำลังกาย หันไปทางไหนก็มีแต่คนออกกำลังกาย บางคนก็ต้องเข้าฟิตเนส ใส่เสื้อผ้าสวย ๆ เพื่อถ่ายรูปลงโซเชียล ซึ่งนั่นหมายความว่า มีการซื้อชุดออกกำลังกายเยอะมาก รวมถึงรองเท้าที่ใช้ออกกำลังกายด้วยเช่นกัน สินค้าเหล่านี้ สามารถขายได้ทุกเพศทุกวัยและไม่ตกเทรนแน่นอน

ความต้องการของลูกค้า

ลูกค้าที่คุณเลือกมาต้องการสินค้ามากน้อยเท่าไหร่ สินค้าเหล่านั้นถูกตอบสนองความต้องการลูกค้าหรือไม่ หมายถึงสินค้าที่เราเลือกมานั้นมีผลประโยชน์ต่อผู้บริโภคมากน้องแค่ไหน ซึ่งถ้าสินค้านั้นมีความพอใจสำหรับลูกค้าตอบแทนได้มากกว่าที่คาดหวังจะทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อสินค้าใหม่ซ้ำ ๆ เพราะแบบนี้แล้ว ความต้องการของลูกค้าจึงมีความสำคัญสำหรับผู้ค้า ที่ต้องทำแผนการคิดหรือแผนการประเมินลงพื้นที่เพื่อทำการบริหารจัดการภายในของตัวผู้ค้าเอง

การศึกษากลุ่มผู้บริโภค

การศึกษากลุ่มผู้โภค ผู้ค้าจะศึกษาได้ต่อเมื่อผู้ค้าเจอกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการแล้ว หลังจากนั้นทำการศึกษานิสัยใจคอ ความรัก ความชอบ แนวคิด สิ่งที่ลูกค้าอยากทำหรือการใช้ชีวิตของลูกค้า แนวทางการหาเงินของลูกค้าอีกด้วย ทั้งหมดนี้จะทำให้ผู้ค้าเข้าใจผู้บริโภคมากขึ้น อาจจะทำได้โดยลงพื้นที่ทำใบทดสอบประเมินดูก็ได้ หรืออาจจะศึกษาทางโซเชียล อ่านข่าว เช็คข่าวเยอะ ๆ ทุกอย่างรอบตัวเป็นความรู้ทั้งสิ้น ถ้าผู้ค้าเข้าใจทั้งหมดจะทำให้การตลาดของผู้ค้าได้ความแม่นยำมากขึ้น

สร้างการจดจำสินค้าให้แก่ลูกค้า

การที่ลูกค้าจะจดจำสินค้าของคุณได้ คุณจะต้องทำแบรนด์สินค้าให้ติดตลาด หมายความว่าคุณจะต้องมีเอกลักษณ์ของแบรนด์สินค้านั้น ๆ การตั้งชื่อแบรนด์หรือการทำโลโก้สินค้าให้เข้ากับสินค้า ให้ดูที่ความโดดเด่นและทำโลโก้กับตัวอักษรให้เข้ากับสินค้าที่คุณต้องการขายและจดจำง่ายสำหรับผู้บริโภคนั่นเอง เช่น คุณขายปลาแซลมอน โลโก้สินค้าของคุณก็ควรจะเป็นรูปชิ้นเนื้อปลาสวย ๆ และชัดเจน อาจจะมีชื่อย่อของปลาหรือผู้ค้าเพื่อเป็นการสร้างแบรนด์ของตัวเองให้ผู้บริโภคได้จดจำ

ยิงแอดโฆษณาลงเพจ

สมัยนี้ โลกออนไลน์ไปไกลและมีความล้ำสมัย อยากให้สินค้ามาแรงและปังได้ไม่ใช่อาศัยแต่กลยุทธ์ทางการตลาดอย่างเดียว จะต้องใช้สื่อการโฆษณาให้เป็นอีกด้วย การยิงแอดโฆษณาลงเพจสำหรับการเริ่มต้นของนักการตลาดนั้นไม่ยาก ทำการเปิดเพจสินค้าเหล่านั้นขึ้นมา ไม่จำเป็นต้องเปิดเพียงหนึ่งเพจ สินค้าอย่างเดียวจะเปิดใช้กี่เพจก็ได้ตามความพอใจของผู้ค้าขายได้เลย ยิ่งมีเยอะก็ได้ผลประโยชน์เยอะ ทั้งนี้ ชื่อของเพจก็ควรจะเข้าใจง่าย เมื่ออ่านผ่านตาและเข้าใจเลยว่าเพจนี้ขายอะไร การสร้างการจำจดให้กับลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญ หลังจากนั้นการโฆษณาคลิปหรือรูปภาพต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับสินค้าจะต้องเป็นที่น่าสนใจสำหรับผู้บริโภคด้วย เพราะจะใช้สิ่งเหล่านี้เป็นการยิงแอดโฆษณา การยิงแอดเริ่มต้นให้เลือกพื้นที่ในการยิงแอดทั่วประเทศหรือตามความเหมาะสมที่ตนเองอยากขายส่งออกไปที่ใดบ้างนั่นเอง

การวิเคราะห์ SWOT

SWOT เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับ คำว่า ธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบขนาดเล็ก หรือ ขนาดใหญ่ก็ตาม SWOT ประกอบไปด้วย 4 อย่าง คือ จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และ อุปสรรค ในส่วนของจุดแข็ง คือ จุดที่ได้เปรียบสำหรับผู้ค้า เช่น การตลาด การเงิน หรือภาพลักษณ์ ความสัมพันธ์ที่ดีต่อลูกค้าหรือคุณภาพของสินค้าด้วย ทุกอย่างสามารถสร้างให้เป็นจุดแข็งของผู้ประกอบการได้เช่นสินค้ามีแรงทนทาน มีผลประโยชน์ที่เยอะและคุ้มค่าต่อผู้บริโภคมากมายแบบนี้ก็เป็นจุดแข็งให้กับผู้ค้าได้ดีเลยทีเดียว ต่อมา จุดอ่อน คือ จุดเสียเปรียบที่เกิดจากสภาพแวดล้อมด้านต่าง ๆ ของผู้ค้า เช่น เงินด้านการลงทุนไม่พอ ความสามารถในการจัดการไม่ดี ภาพลักษณ์ทางการตลาดของสินค้านั้นดูแย่ นี่ถือว่าเป็นจุดอ่อนเป็นข้อเสียของผู้ค้าขาย ส่วนโอกาส คือเป็นสิ่งแวดล้อมที่อยู่ภายนอก สิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวกับตลาดต่าง ๆ ในด้านบวกซึ่งผู้ค้าจะต้องใช้โอกาสนี้หาผลประโยชน์เข้ากับตัวเองให้ได้ และตัวที่ 4 นั่นคือ อุปสรรค เป็นด้านลบสำหรับผู้ค้าขายเป็นอุปสรรคที่เกิดจากภายนอกทางผู้ค้านั้นไม่สามารถควบคุมได้ เช่นฟ้าฝนตก อากาศไม่ดี หรือการจัดส่งที่ไม่ดีส่งของถึงมือผู้บริโภคช้าแบบนี้ถือเป็นสิ่งที่เป็นอันตรายต่อการค้าขาย เป็นอุปสรรคอย่างมากให้กับผู้ค้า เพราะจะทำให้ผู้บริโภคสามารถไม่ซื้อของกับทางเราอีกต่อไป และส่วนอื่นคือด้าน คู่แข่ง ผู้ผลิต หรือ สังคมวัฒนธรรม การเมืองและกฎหมายต่าง ๆ

ขายของออนไลน์ มีข้อดีในด้านการประหยัดเรื่องการลงทุนไปได้เยอะ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนเรื่องหน้าร้าน ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านก็ได้ ส่วนคนบริหารจัดการ มีเพียงเจ้าของกิจการคนเดียวก็สามารถเปิดการขายออนไลน์ได้เลย และยังมีความเป็นอิสระสำหรับผู้ค้าขายเพราะการขายของออนไลน์ทำที่ไหนก็ได้ทำได้ตลอดเวลา ถ้าอยากเหนื่อยน้อยลงก็ควรจัดสรรเวลาให้กับตัวเอง และข้อดีอีกข้อหนึ่ง คือไม่ต้องลงทุนสต็อคสินค้าก็สามารถค้าขายออนไลน์ได้เช่นกัน แบบนี้เรียกว่าเป็นตัวแทนในการโพสขายสินค้าเท่านั้นแต่ได้ค่านายหน้ากลับมานั่นเอง

ในส่วนของข้อเสียสำหรับการขายของออนไลน์ ส่วนใหญ่จะเป็นของในเรื่องคู่แข่ง เพราะสถานการณ์แบบนี้ คนส่วนใหญ่หันมาทำเงินทางด้าน ออนไลน์กันเยอะมาก ยิ่งถ้าเจอลูกค้าที่เปลี่ยนใจง่ายเกี่ยวกับเรื่องแบรนด์สินค้าแล้วนั้น ก็ทำให้เกิดผลเสียกับผู้ค้าหลาย ๆ คนนั่นเองอีกเรื่องที่เป็นผลเสียสำหรับออนไลน์ คือ การโจมตี การโจมตีทางด้านออนไลน์เป็นสิ่งที่ทำกันได้ง่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นทางด้านแฮ็กเฟสบุ๊ค และการโพสประจานให้กับทางร้าน เมื่อลูกค้าไม่พอใจในสินค้าหรือไม่เข้าใจในสินค้าก็อาจจะประจานสินค้าได้ ซึ่งโซเชียลเป็นสิ่งที่มีผลตอบรับที่รวดเร็วอยู่แล้ว แบบนี้ก็จะทำให้ทางร้านเสียหายได้ง่าย ๆ และในส่วนของการจำกัดความ ตัวหนังสือ ในการโพสขายสินค้า มีการกำจัดความเยอะแยะมากมายในบางสินค้าอาจจะไม่สามารถโพสขายโดยตรงได้ เหตุนี้แม่ค้าจึงต้องคิดคอนเทนใหม่ ๆ เพื่อลงโซเชียลให้ได้รับการตอบรับที่ดีนั่นเอง

ขอบคุณบทความดี ๆ จาก
https://masii.co.th/thai

Leave a reply

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>